Showing posts with label โพชฌงค์. Show all posts
Showing posts with label โพชฌงค์. Show all posts

Tuesday, October 2, 2012

โพชฌังคปริตร (ตอนที่ 1)



หนังสือที่นำมาคัดลอกเล่มนี้เป็นหนังสือที่ระลึกแจกในงานฌาปนกิจศพของคุณแม่เตือนใจ รื่นกลิ่นจันทร์ เป็นคุณแม่ของเพื่อน  สร้างสรรค์โดย สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เป็น บทสวดมนต์ที่ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจเหมือนพระพุทธเจ้าเสด็จมาเยี่ยมไข้  จึงนำมาเผยแพร่ต่อ  
วิธีสวดโพชฌังคปริตร
พุทธฤทธิ์ พิชิตโรค

การสวดมนต์ให้เกิดอานุภาพรักษาความเจ็บไข้อาจทำได้ 2 วิธี คือ ผู้ป่วยสวดด้วยตนเอง หรือ ให้ผู้อื่นสวดให้ฟัง โดยสามารถสวดได้ทุกที่ไม่จำกัด  ขอเพียงแต่มีความตั้งใจที่จะสวด เนื่องจากคำสวดเป็นบาลีอาจสวดผิด-ถูกบ้างก็ไม่เป็นไร  สวดบ่อยเข้าจะชินไปเอง จะสวดคำแปลด้วยหรือไม่สวดก็ได้  แต่ควรอ่านคำแปลเพื่อจะได้รู้ความหมายของบทสวด  ทำให้เกิดความศรัทธามากขึ้น  และการสวดไม่ใช่การบ่นในใจ จึงควรสวดออกเสียงให้ดังพอประมาณและไม่เร็วเกินไป  โดยสวดตามลำดับดังนี้

1. บทกราบพระรัตนตรัย
2. บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า
3. บทไตรสรณคมน์
4. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ
5. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ
6. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ
7. บทโพชฌังคปริตร 
8. บทสัพพมงคลคาถา
9. ทำสมาธิ
10. บทแผ่เมตตาแก่ตัวเอง
11. บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
12. บทแผ่กุศล
13. บทอธิษฐานจิต


คำขยายความของแต่ละบท

.       บทกราบพระรัตนตรัย  บทนี้ เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงแต่งขึ้นเพื่อให้มีคำสำหรับไว้พระครบทั้ง ๓ รัตนะ  ผู้กราบไหว้พระรัตนตรัยเป็นประจำทำให้มีจิตใจโน้มเอียงไปในการทำความดีอยู่เสมอ  จึงเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์

.       บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า บทนี้ สวดเพื่อแสดงความนอบน้อมเคารพพระคุณของพรุพุทธเจ้า ๓ ประการ คือพระกรุณาคุณ (ภะคะวะโต) พระบริสุทธิคุณ (อะระหะโต) พระปัญญาคุณ (สัมมาสัมพุทธัสสะ) เป็นเสมือนบทไหว้ครู  ก่อนสวดมนต์  หรือการประกอบพิธีกรรมใดในพระพุทธศาสนาต้องสวดบทนอบน้อมพระพุทธเจ้าทุกครั้ง

.       บทไตรสรณคมน์  บทนี้สวดเพื่อปฎิญาณตนรับเอาพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง  หรือเป็นผู้นำในชีวิต  คือ ยอมมอบกายถวายชีวิตอยู่ภายใต้การนำของพระรัตนตรัย  ในที่นี้จะแตกต่างจากการสวดโดยทั่วไป  เพราะมีความนิยมว่า  หากสวดให้ผู้ป่วยฟัง  หรือสวดสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาให้เพิ่มคำสวดว่า "ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง"  แปลว่า ตราบถึงพระนิพพาน

.       บทสรรเสริญพระพุทธคุณ  บทนี้เป็นการสวดสรรเสริญพระคุณ ๙ ประการ ของพระพุทธเจ้า คือ 1) อะระหัง, 2) สัมมาสัมพุทโธ, 3) วิชชาจะระณะสัมปันโน, 4) สุคะโต, 5) โลกะวิทู, 6) อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, 7) สัตถา เทวะมะนุสสานัง, 8) พุทโธ, 9) ภะคะวาติ

.       บทสรรเสริญพระธรรมคุณ บทนี้เป็นการสวดสรรเสริญคุณ ๖ ประการของพระธรรม ดังนี้  1) สวากขาโต ภะคะวะโต ธัมโม, 2) สันทิฏฐิโก,  3) อะกาลิโก,  4) เอหิปัสสิโก, 5) โอปะนะยิโก, 6)ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ. (อ่านว่า วิน-ยู-ฮี-ติ แปลว่า ผู้รู้) 

.       บทสรรเสริญพระสังฆคุณ  บทนี้ เป็นการสวดสรรเสริญคุณ ๙ ประการ ดังนี้ 1) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,  2) อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,  3) ญายะปฏิปันโน  ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,  4) สามีจิะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,   ยะทิทัง, จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, 5) อาหุเนยโย, 6) ปาหุเนยโย, 7) ทักขิเณยโย,  8) อัญชลีกะระณีโย, 9) อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.

.       บทโพชฌังคปริตร  (อ่านว่า โพด-ชัง-คะ-ปะ-ริด) โพชฺฌงฺค เป็นคำบาลี  ภาษาไทยอ่านว่า โพชฌงค์ แปลว่า องค์แห่งการตรัสรู้มี 7 ประการ 1) สติ, 2) ธัมมวิจยะ, 3) วิริยะ, 4) ปีติ, 5) ปัสสัทธิ, 6) สมาธิ และ 7) อุเบกขา

.       บทสัพพมงคลคาถา (อ่านว่า สับ-พะ-มง-คน-คา-ถา) หมายถึงคำสวดที่ถือว่าจะนำความสุขความเจริญมาสู่ตน  และป้องกันสิ่งร้ายไม่ให้กล้ำกราย

.       ทำสมาธิ 

๑๐.     บทแผ่เมตตาแก่ตัวเอง

๑๑.     บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

๑๒.     บทแผ่ส่วนกุศล

๑๓.     บทอธิษฐานจิต

โพชฌังคปริตร (ตอนที่ 3) - บทสวด 7-8 พร้อมคำแปล




7. โพชฌังคปริตร*

    โพชฌังโค สะติสังขาโต,
โพชฌงค์   กล่าว คือ สติ;
ธัมมานัง วิจะโย ตะถา,
ธัมมวิจยะ;
วิริยัมปีติปัสสัทธิ-
วิริยะ ปีติ ปัสสิทธิ;
โพชฌังคา  จะ ตะถาปะเร,
และโพชฌงค์อื่นอีก ๒:-
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา,
คือสมาธิและอุเบกขา;
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา,
ธรรม ๗ ประการนี้ อันพระมุนี ทรงเห็นทั่ว ตรัสไว้ชอบแล้ว;
ภาวิตา พะหุลีกะตา,
ทรงบำเพ็ญ กระทำให้มากแล้ว;
สังวัตตันติ อภิญญายะ,
ย่อมเป็นไป เพื่ออภิญญา;
นิพพานายะ จะ โพธิยา,
เพื่อพระนิพพาน  และโพธิญาณ;
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ,
ด้วยการกล่าวสัจวาจานี้;
โสตถิ* เม โหตุสัพพะทา.
ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าเถิด.
    เอกัส๎มิง* สะมะเย นาโถ,
สมัยหนึ่ง พระโลกนาถ*;
โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิตา ทิส๎วา*,
ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระกัสสปะ อาพาธ เป็นทุกข์;
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ,
จึงแสดงโพชฌงค์ ๗ ให้ฟัง;
เต จะ ตัง อะภินันทิต๎วา*,
พระเถระทั้ง ๒ ยินดีพุทธภาษิตนั้น;
โรคา มุจจิงสุง ตังขะเณ,
โรคทั้งหลาย ก็สงบ ในขณะนั้น;
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ,
ด้วยการกล่าวสัจวาจานี้;
โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา.
ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าเถิด.
    เอกะทา ธัมมะราชาปิ,
คราวหนึ่ง องค์พระธรรมราชา* เอง;
เคลัญเญนาภิปีฬิโต*,
ทรงพระประชวรไข้;
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปต๎วานะ* สาทะรัง,
รับสั่งให้พระจุนทเถระกล่าวโพชฌงค์ ๗ นั้นถวายโดยเคารพ;
สัมโมทิต๎วา* จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส,
ทรงบันเทิง  พระหฤทัย  หายจากพระประชวร  โดยจริงแท้;
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ,
ด้วยการกล่าวสัจวาจานี้;
โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา.
ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าเถิด.
    ปะหีนา* เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง,
ก็ อาพาธเหล่านั้น อันมหาฤษี* ทั้ง ๓ ละได้แล้ว ไม่กลับเป็นอีก;
มัคคาหะตะกิเลสา วะ,
ดุจกิเลสที่อริยมรรคกำจัดแล้ว;
ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง,
ถึงความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา;
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ,
ด้วยการกล่าวสัจวาจานี้;
โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา.
ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าเถิด.

 

เม คือสวดให้ตนเอง  ถ้าสวดให้คนอื่นฟังเปลี่ยนเป็น เต
บันเทิง ในภาษาธรรมหมายถึงความอิ่มใจ ความดื่มด่ำใจในธรรมที่เรียกว่า ธรรมปีติ
*  โพชฌังคปริตร อ่านว่า โพด-ชัง-คะ-ปะ-ริด
โสตถิ อ่านว่า โสด-ถิ  แปลว่า ความสวัสดี
เอกัส๎มิง อ่านว่า เอ-กัด-สะ-หมิง แปลว่า หนึ่ง
โลกนาถ อ่านว่า โลก-กะ-นาด แปลว่า ผู้เป็นที่พึ่งของโลก
ทิส๎วา อ่านว่า ทิด-สะหวา แปลว่า เห็น
อะภินันทิต๎วา อ่านว่า อะ-พิ-นัน-ทิด-ตะวา แปลว่า ยินดี
พระธรรมราชา อ่านว่า พระ-ทำ-มะ-รา-ชา แปลว่า ราชาแห่งธรรม  หมายถึงพระพุทธเจ้า
เคลัญเญนาภิปีฬิโต อ่านว่า เค-ลัน-เย-นา-พิ-ปี-ลิ-โต  หมายถึงถูกความเจ็บป่วยเบียดเบียน หมายถึงถูกความเจ็บป่วยเบียดเบียน
ภะนาเปต๎วานะ อ่านว่า พะ-นา-เปด-ตะวา-นะ แปลว่า กล่าว,สวด
สัมโมทิต๎วา อ่านว่า สัม-โม-ทิด-ตะวา แปลว่า รื่นเริงใจ, บันเทิงใจ
ปะหีนา อ่านว่า ปะ-ฮี-นา แปลว่า ละได้แล้ว
มหาฤษี อ่านว่า มะ-หา-รึ-สี แปลว่า ผู้แสวงหาคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ผู้ถือบวช, ในบทสวดนี้หมายถึงพระพุทธเจ้า  พระมหาโมคคัลลานะ  และพระมหากัสสปะ

 
8. สัพพมงคลคาถา

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง                             รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ                                        สะทา โสตถี ภะวันตุ เม.
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง                             รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ                                        สะทา โสตถี ภะวันตุ เม.
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง                             รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ                                        สะทา โสตถี ภะวันตุ เม.

ขอมงคลทั้งปวงจงมี  ขอเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครอง  ด้วยอานุภาพของพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  ขอความสวัสดี  จงมีแก่ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อ.